รวมพลังท้องถิ่นไทยรวมใจปิดทองหลังพระ

บันทึกการเดินทาง
อีกครั้งของ เครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุง

กับการจัดนิทรรศการ “รวมพลังท้องถิ่นไทยรวมใจปิดทองหลังพระ”
25 -28 กุมภาพันธ์ 2553 ณ สนามกีฬา 700 ปี เชียงใหม่
 
 
 
 
 
คำนำ
         อีกครั้งหนึ่งของการเดินทางในนามของ “เครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุง”  ที่จัดเป็นรูปขบวนการเรียนรู้    ควบคู่กับการนำผลงานในรอบห้าปีของเครือข่าย     ที่ได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับชีวิตตนเองและกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ในตำบลเนินฆ้อ      อำเภอแกลง จังหวัดระยองจนเป็นที่รู้จักของผู้คน
         เราคาดหวังว่าจะมีโอกาสในการเติมความรู้   ประสบการณ์ที่ดีและพบเพื่อนที่เชื่อมั่นศรัทธาในหลักเศรษฐกิจพอเพียงเช่นเดียวกับเรา
         สุขสมหวังกันทุกคน  กับการเดินทางครั้งนี้   ได้รู้  พบ  เห็น    ประสบการณ์ของผู้คนที่ได้นำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ    จึงคิดว่า  น่าจะได้บันทึกบางแง่มุมของการเดินทางครั้งนี้ไว้       เป็นบันทึกแห่งความทรงจำ  ด้วยศรัทธาและเชื่อมั่นของเครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุง  ต่อพระราชดำรัสของพระเจ้าแผ่นดิน       ปลื้มกับกับงานของพระเจ้าแผ่นดินที่หอเฉลิมพระเกียรติ   ส่งผลให้เรามีไฟในการขับเคลื่อนงานกันอย่างมีความสุขต่อไป
         ต้องขอขอบคุณกับพี่สถิตย์  ปลัดอุดรและคณะ ที่ช่วยดูแล  อำนวยความสะดวกพวกเราเป็นอย่างดีเยี่ยม ขอบคุณพวกเรา คณะเดินทางและทีมงานที่เครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุงทุกคน    ที่ช่วยกันทำให้งานครั้งนี้ เป็นความทรงจำที่มิรู้ลืม
 
 
ชาติชาย  เหลืองเจริญ                                
มหาวิทยาลัยบ้านนอก
31 มีนาคม 2553               
 
                     

ก่อนเดินทาง
         เราเตรียมตัวกันพอสมควร  เพราะเป็นการเดินทางไกลมาก ที่เครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุงไม่เคยเดินทางไกลขนาดนี้มาก่อน    พี่สถิตย์(ผู้จัดงาน)  แจ้งกับเราว่าอยากเห็นนิทรรศการที่มีชีวิต  มากกว่าการเอาป้ายไปแขวน     ด้วยแนวคิดนี้เราจึงคิดว่า  การเอาคนที่ปฏิบัติการจริงในกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน    ไปจัดนิทรรศการ     น่าจะทำให้ซุ้มของเรามีความสดชื่นละมีชีวิตชีวาอย่างที่ผู้จัดงานต้องการ
 
         มีการประชุมและมอบหมายภารกิจ  การติดตามงานกันถึงสามครั้งก่อนการเดินทาง  กำพลกับโกหนู สำเริง ดูเรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ  เพราะครั้งนี้เราจะนำศาลารวมซื้อรวมขายยางพาราไปด้วย
 
         นพรัตน์ มยุรี ดูเรื่องสินค้าที่จะนำไปขาย  เอ็นดู ดูเรื่องอาหารการกินเนื่องจากเราคิดว่าการทำอาหารกินเองน่าจะดีกว่าการไปซื้อกิน      เนื่องจากว่าเราไปกันหลายคน  โดยเฉพาะซุปเปอร์เคน  กินมากกว่าคนอื่น ๆ
 
         ชุมพล เคน  ช่วยประสานงาน
 
         บรรจบ จันทร์เพ็ญดูสิ่งที่คิดว่าจะขาดแคลน
 
         เอ็นดู รับผิดชอบเรื่องอาหารการกิน   แม้ว่าผู้จัดจะยืนยันว่ามีอาหารเลี้ยงตลอดรายการก็ตาม
 
         มีการวางแผนกันทุกวันที่เครือข่าย   น้ำพุและทีมงานเยาวชน ไปถอดศาลารวมซื้อรวมขายมาทำความสะอาด  และทาแลกเกอร์   พวกเราหลายคนช่วยกันแสดงความคิดเห็น  เป็นกำลังใจให้กับการเตรียมงาน
 
         ช่วงเวลานี้  มีนักเดินทางมาเยี่ยมเยียนเรียนรู้ที่เครือข่ายแทบทุกวัน     สำเริง  ที่รับงานเตรียมของจึงไม่ค่อยมีเวลามากนัก   แต่สุดท้ายเราเริ่มเตรียมอุปกรณ์  และเดินทางในวันที่ 24  กุมภาพันธ์    ด้วยประสบการณ์ของพวกเราทุกคน ทำให้ทีมงานมีความพร้อมแบบกะทันหัน (ยืนยันว่าแบบกะทันหัน) อีกครั้งหนึ่ง
 
  
เราเริ่มทยอยเดินทาง

         คันที่หนึ่ง  มี กำพลและโกหนู นำทีม  อุปกรณ์เพียบ    ศาลาไม้จากกลุ่มรวมซื้อรวมขายยางพาราถูกถอดนำมาเรียงอย่างเป็นระเบียบ  เครื่องเสียง  เสาอากาศ  เครื่องส่งวิทยุชุมชน  อุปกรณ์ไฟฟ้า รถของกำพลเป็นรถกะบะตอนเดียว   มีแซงข้างรถป้องกันของตกหล่นได้เป็นอย่างดี   ถูกคลุมด้วยแสลมสีดำ  เราสบายใจได้ว่าถึงปลายทางโดยมีของครบแน่นอน ไม่หล่นหายไปเสียก่อนระหว่างเดินทาง
 
         ชาติชาย  นพรัตน์  สำเริง เคน  ใช้รถโตโยต้าปิกอัพแคป   นำสินค้าเพียบ เป็นคันที่สอง  กะปิ  น้ำปลา ทุเรียนทอด ทุเรียนทรงเครื่อง ปลากรอบ  หลายคนมีความรู้สึกว่าเราเตรียมของไปขายมากเกินไปหรือเปล่า  แต่ด้วยบุคลิกง่าย จึงคิดร่วมกันว่าถ้าขายไม่ได้ก็ขนกลับ วัดดวงกันที่เชียงใหม่
 
         คันที่สาม มยุรี  เอ็นดู ชุมพล มีขุนแผนเป็นพลขับ ใช้รถโตโยต้าปิกอัพแคป   บรรทุกสินค้าละเครื่องนอน เครื่องครัว  หลายคนวิจารณ์ว่า รถคันนี้มีทั้งคนขับ(ขุนแผน)และคนควบคุมการขับ(คุณมยุรี) น่าจะสบายใจได้   อย่างไรก็ตามเราต่างพากันเป็นห่วงเพราะพลขับอายุมากถึง 70 กว่าปีด้วยกัน
 
         คันที่สี่  รถอีซุซุแคป มีบรรจบ  จันทร์เพ็ญ และ น้าเพียร ติดรถไปเที่ยวด้วย  บรรทุกของส่วนที่เหลือจากรถทั้งสามคัน โดยวางแผนว่าจะเยี่ยมเยียนพรรคพวกทางสายเหนือ    จึงนำต้นไม้จากธนาคารต้นไม้ มีมังคุด ทุเรียน ลองกอง นำไปฝากพวกและส่วนหนึ่งนำไปขายที่งาน คันนี้รั้งท้ายเพราะ บรรจบ มีประสบการณ์การเดินทาง    และมีความชำนาญเส้นทางมากกว่าคนอื่น ๆ
 

เริ่มเดินทาง
 
          เราล้าช้าไปนิดหน่อย  เพราะมีนักเดินทางมาเรียนรู้งานพัฒนาที่เครือข่าย    สนทนาติดพันไปหน่อย  ทำให้การเดินทางต้องเลื่อนตามไปด้วย  เราเริ่มตรวจสอบว่า ลุงอู๊ดและคณะที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนพรรคพวกที่ลาว  ล่วงหน้าไปรอเราอยู่ที่ไหน  รับสัญญานโทรศัพท์ส่งกลับมาว่า   มานอนรออยู่ที่จังหวัดตากแล้ว  จึงนัดหมายกันว่าไปเจอกันที่เชียงใหม่ 
 
         ผมทำหน้าที่พลขับรถคันที่ 2 มี ซุปเปอร์เคน หัวหน้ากองทัพมด   ที่ตื่นเต้นต่อการเดินทางมากกว่าคนอื่น ๆ คอยชวนคุยและถามโน่น นี่ไปตลอด    ผมแวะซื้อสายรัดที่ตลาดสามย่าน   เพื่อมัดสิ่งของที่บรรทุกไปให้เรียบร้อยยิ่งขึ้น
         ล้อหมุน   เมื่อเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่หน้ารถ    สำเริง เอ่ยขึ้นมาว่า
 
         “เที่ยงวันพอดี เราน่าจะถึงซักเที่ยงคืน”  เป็นการคาดการณ์ปกติที่สำเริงชอบทำเป็นประจำ
        จะถึงเชียงใหม่เที่ยงคืน  ตามที่สำเริงคาดการณ์หรือไม่ ติดตามกัน
         เมื่อถึงร้านอิ่มท้องที่หนองปรือ จังหวัดชลบุรี   เราแวะกินข้าวกลางวันกัน  กำพลและโกหนู  รถ คันที่หนึ่ง ที่ล่วงหน้าเราไปก่อน แจ้งระยะการเดินทางให้เราทราบเป็นระยะ ๆ
 
         ขับรถไปนึกถึงอุปกรณ์ที่ไม่ได้นำไปมีอะไรบ้าง  ปรากฏว่ายังขาดอีกหลายอย่าง ใช้โทรศัพท์ให้เป็นประโยชน์      โทรแจ้งมายังเครือข่ายให้ช่วยจัดของเพิ่มเติม    ดีที่บรรจบที่รั้งท้ายยังไม่ได้ออกเดินทาง จึงให้ช่วยนำมาเพิ่มเติม
 
         ไปเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน    แวะเป็นระยะตามปั๊มน้ำมัน    สอบถามกันทางโทรศัพท์  เราไปทันและแวะกินข้าวเย็นประมาณ 3 ทุ่ม     ที่ จังหวัดตาก  หลังจากนั้นเกาะขบวน 4 คันไปพร้อมกัน
 
         ผมสภาพร่างกายไม่ดี ด้วยโรคประจำตัว เส้นจะตึงมากเวลาขับรถ จึงคิดว่าจะให้นพรัตน์ ช่วยขับแทนบ้าง  ปรากฏว่าเหมือนกับทุกครั้งของการเดินทาง
 
         “พี่  ตู่ง่วงพี่ขับไปก่อนก็แล้วกัน”   พูดแบบเน้นน้ำเสียงให้เข้มแกมสั่งการ  (ตู่ชื่อเล่นของนพรัตน์)
 
         ผมคุยกับสำเริงไปตลอดทาง โดยมีเคนคอยให้ความเห็นสอดแทรก แบบขอมีส่วนร่วม
 
         การอยู่ในรถทำให้มีการพูดคุยและรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตลอดการเดินทาง
 
         การสอดแทรกจาก เคนหลายครั้ง ทำให้ผมรู้ว่า เคนรู้เรื่องราวการทำงานของเครือข่ายไม่น้อยโดยเฉพาะแนวคิกการทำงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 
         เราใช้ทางหลวงหมายเลข 344  สายบ้านบึงแกลงตัดเข้าทางหลวงหมายเลข   7 (มอเตอร์เวย์) ถึงปางปะอิน จึงเข้าทางหลวงหมายเลข 1 และหมายเลข 11 อีกครั้ง จึงเดินทางถึงสนามกีฬา 700 ปี เชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ในเวลา  เที่ยงคืนพอดิบพอดี
 
 
ช่วงของการจัดนิทรรศการตลาดนัดความรู้
 
         ทางผู้จัด  ให้พื้นที่เรา 2 ล๊อก เรามาถึงช่วงกลางคืนมองสภาพพื้นที่ยังไม่ชัดเจนนัก  รู้แต่ว่าทางด้านขวามือของเราเป็นชุมชนมุสลิมจากกรุงเทพมหานคร  ชุมชนคอยรุ๊กตั๊กวาที่มีชื่อเสียง
         ด้านซ้ายมือเป็นพื้นที่ว่า 2 ล๊อก  เราคิดว่าเราน่าจะยึดอีก 2 ล๊อกน่าจะดี เพราะเมื่อนำของลงจากรถทั้งสี่คัน  จึงรู้ว่า สองล๊อกคงน้อยเกินไป  ไม่เป็นไรตอนเช้าค่อยประสานงานกับผู้จัดอีกที
         พวกเราทุกคนมีความกระตือรือร้นที่จะได้พบปะพูดคุยกับผู้ที่แวะมาเยี่ยมเยียนที่บริเวณซุ้มของเครือข่ายองค์กรชุมชนบ้านจำรุง โดยมีเคนและสำเริงคอยสนทนาด้วย  ผู้คนที่เดินทางมาเที่ยวงานนี้  ส่วนหนึ่งรู้จักอยู่บ้างแล้ว  จากการเดินทางมาศึกษาดูงานที่บ้านจำรุง  รู้จักผ่านสื่อต่าง ๆ ทำให้เราได้เจอเพื่อนเก่า ใหม่พอสมควร
         สำเริงชอบเรียนรู้อยู่แล้วเมื่อมาเจองานลักษณะนี้  ทำให้อดใจไม่ไหว  อยู่ที่ซุ้มน้อยมาก  ไปเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากซุ้มอื่น ๆ โดยเฉพาะซุ้ม อีเอ็ม ที่มาจากชลบุรี
         ส่วนเคน ไม่น้อยหน้าสำเริง  หายไปคราวละนาน ๆ มาทราบในภายหลังว่าไปเที่ยวเก็บเอกสารที่ซุ้มต่าง ๆ นำมาแจก  พวกเราแอบแซวกันว่า
 “อ่านหนังสือไม่เก่ง  ไปเอามาทำไมเยอะแยะ” 
         เคนตอบว่า “ เอามาดูรูปภาพ” เป็นคำตอบที่ทำให้เราหลายคนอึ้ง
         นอกจากจะไปตามซุ้มเพื่อเก็บเอกสารแล้ว  เคนยังไปที่ซุ้มของนมสดหนองโพ มีสองเหตุผล
 
        หนึ่ง มีนมฟรีแจก สอง พนักงานประจำซุ้มสวย  
         ชุมพลให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นข้อสองมากกว่า เพราะปีนี้เคนเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว
           
         จบตอนที่หนึ่ง  (ขาขึ้น)
 
         ติดตามตอนสอง (ขาลง) ได้เร็ว ๆ นี้
 

ชาติชาย  เหลืองเจริญ
มหาวิทยาลัยบ้านนอก