เด็กเมือง-บ้านสวน แลกเปลี่ยนเรียนรู้

"ฟักแฟงแตงกวา โหระพา ราคานิดหน่อย ซื้อกินบ่อยๆ นิดๆ หน่อยๆ ไม่ค่อยรู้ตัว

พอถึงหนึ่งปี คิดบัญชีเงินมันรั่ว ถ้าทำสวนครัว ก็เหลือเงินเป็นร้อยๆ มันน้อยเมื่อไร มันน้อยเมื่อไร..."

เสียงใสๆ ดังก้องกังวาน ของกองทัพมดเยาวชนตัวน้อยที่กึ่งนั่งกึ่งยืนล้อมวงร่วมขับร้องบทเพลงของยายทับ-ยายยอง ที่ปลูกฝังความพอเพียงแก่ลูกหลานผ่านเสียงเพลง ซึ่งไม่ใช่แค่เพลงนี้ที่เข้าไปนั่งในใจเด็ก แต่ยังมีเรื่องเล่าและเพลงของเจ้าแดงซอยสี่ หูตั้งหางชี้ที่ไม่ค่อยเป็นมิตร ครั้นเมื่อเด็กๆ นึกถึงต้องพานหัวเราะกันคิกคักทุกครั้งไป

บรรยากาศส่วนหนึ่งที่สร้างรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจ เมื่อครั้งร่วมสัญจรไปเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับ 10 ครอบครัวชาวเมืองที่บ้านจำรุง หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับรายการทุ่งแสงตะวัน

การเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนรวม 2 วัน 1 คืนครั้งนี้ นิรมล เมธีสุวกุล หรือพี่นกขวัญใจเด็กๆ เล่าว่า ประสบการณ์ของเด็กรุ่น ถ้าเกิดเราได้ออกไปชุมชน ไปสัมผัสวิถีชาวบ้าน ต่อไปเราก็ไม่กลัวที่จะเดินทางไปเรียนรู้เรื่องอื่นๆ เริ่มจากภูมิปัญญาในท้องถิ่นแต่ละที่แล้วค่อยๆ กล้าหาญขึ้น การอยู่กับชาวบ้านเป็นพื้นฐานชีวิตและจะพัฒนาความสามารถด้านอื่นๆ ต่อไป

"ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้รู้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ดูมีความสุขดี ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมาย ก็มีความสุขได้ ชีวิตที่นี่ต่างจากกรุงเทพฯ มาก ชาวบ้านจำรุงเป็นมิตรกันทั้งหมู่บ้าน แต่ที่กรุงเทพฯ ต่างคนต่างอยู่ อยากให้คนกรุงเทพฯ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบที่นี่" ความหวังเล็กๆ ของน้องมาย ด.ญ.รมิตา บุราสัย วัย 13 ปี โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์

มายเล่าว่า ได้เรียนรู้เรื่องการนำสิ่งของที่มีในธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ทำอาหารและของใช้ แต่เดิมรู้จักผักพื้นบ้านน้อยมาก พอมาอยู่ที่นี่รู้จักเพิ่มมากขึ้น อย่างมะระขี้นกซึ่งได้ยินชื่อมานานแล้วแต่ไม่เคยเห็นเลย มาที่นี่ก็ได้เห็น

น้องเชอร์รี่ น.ส.ชนากานต์ วงศ์เกษมจิตต์ อายุ 15 ปี โรงเรียนเพ็ญสมิทธ์ กล่าวว่า กรุงเทพฯ อุดอู้ ไม่สดชื่น อยู่ที่บ้านป้าอ้วนสะอาด อากาศดี ไม่เครียด ชุมชนเขาสามัคคีกัน ช่วยเหลืออบอุ่นและมีการจัดการที่ดี มีธนาคารขยะ ธนาคารยางพาราที่รับซื้อยางพาราเพื่อไม่ให้ถูกโกงตาชั่ง มีธนาคารปูซึ่งทีแรกนึกว่าจับปูมาขายอย่างเดียว แต่เขามีการอนุรักษ์ไปพร้อมๆ กับรักษาสิ่งแวดล้อม เด็กๆ กลุ่มกองทัพมดก็น่ารักพาไปขี่รถเล่นทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาอยู่แล้วแฮปปี้ ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย กินก็ง่ายๆ มีดอกแปลกๆ ที่ไม่เคยกิน อย่างดอกโสน ใบบัวบก กระชายแดง

ส่วนน้องพู ด.ช.ปิติพัฒน์ วงศ์สิทธิกานต์ วัย 9 ขวบ โรงเรียนเพลินพัฒนา เด็กชาวเมืองจากจังหวัดนครปฐม เล่าว่า "อยู่ที่บ้านตื่นเช้ามาก็ต้องรีบไปเรียน อยู่ที่นี่ได้เดินไปกับพ่อไปดูสวนยาง ตอนเช้าไปดูการกรีดยางแต่ไม่ได้ลงมือทำ ที่นี่มีต้นลองกอง ต้นสูงๆ ซึ่งไม่เคยเห็น แต่ชอบตอนสอยแล้วลูกมันร่วงลงมาได้กิน ได้เห็นใบบัวบก ต้นทุเรียน สวนยาง และชอบตอนไปดูปู"

คุณพ่อของน้องพู นายไชยพงษ์ วงศ์สิทธิกานต์ เล่าว่า พยายามปลูกฝังเรื่องความพอเพียงให้ลูก อยากให้เขาอยู่ง่าย กินง่าย ไม่ติดวัตถุ เพราะชีวิตของคนที่อยู่ในเมืองมันห่างไกลเรื่องพวกนี้มาก

ด้านน้องน้อย ใบเตย ด.ญ.วนัญญา ธัญญะวัน วัย 7 ขวบ จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง เล่าว่า "ชอบดอกอัญชันบ้านลุงใจที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้าน ตอนแรกไม่อยากก้าวเข้าไป กลัวงู ที่ชอบเพราะว่ามันมีที่ว่างอยู่เยอะและมีผักเยอะ กินได้ นอนที่บ้านคุณลุงใจกับป้าแจ๊ส เหมือนนอนในห้องแอร์"

เจ้าบ้านอย่างน้องเฟิร์น ด.ญ.ศศิวิมล โชตินอก วัย 11 ขวบ หนึ่งในสมาชิกกองทัพมด เล่าว่า หมู่บ้านของเฟิร์นอยู่แบบพอเพียง ปลูกอะไรก็เก็บกิน ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ เด็กๆ จะไปช่วยกันเก็บขยะ ปลูกต้นไม้หลายอย่าง เช่น ต้นมะขาม ทำฝายกั้นน้ำหรือฝายชะลอน้ำ ปลูกผักกระเฉดด้วย ช่วยๆ กันทำ ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อหมู่บ้านเราเองค่ะ

เฟิร์นบอกว่า ภูมิใจค่ะที่มีคนมาเยี่ยมบ้านเรา ธรรมดาอยู่แบบไหนก็อยู่แบบนั้น แต่บางครั้งภาษาเขาก็ฟังไม่ค่อยชัด ฟังไม่ออก หนูพูดเก่งแต่พูดเป็นทางการไม่เก่ง บางคนถามเรื่องผัก ถามชื่อมัน ไม่แปลกที่เขาไม่รู้จักหรือไม่กินผัก เพราะต้องรีบไปทำงาน บางอย่างหนูก็ไม่ค่อยรู้จักเหมือนกัน ก็ได้แต่ถามแล้วค่อยๆ จำไป

มิตรภาพระหว่างเด็กในเมืองและเด็กบ้านสวน...

งอกเงยไปพร้อมกับการเรียนรู้เรื่องราวระหว่างกัน
 
 
 

 
ปฤษณา กองวงค์
หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวัน
15 ตุลาคม 2550