มหาวิทยาลัยบ้านนอก บ้านจำรุง แหล่งเรียนรู้นอกตำรา โทร.087-8178030

ป้ายเตือนใจแบบนี้มีให้เห็นได้ทั่วพื้นที่.
 
คนเราต่อให้ ได้ชื่อ “ผู้รู้มาก” ก็ใช่ว่าจะรู้ไปหมดซะทุกเรื่อง เหมือนเช่นการได้เข้ามาเยือนชุมชนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกของไทย ซึ่งคงมีบ้างที่อาจไม่รู้ว่า ณ มุมหนึ่งของอำเภอแกลง จังหวัดระยอง จุดที่เรียกว่า บ้านจำรุง ยังมีแหล่งเรียนรู้ของชุมชนที่เรียกได้เต็มปากว่า 
 
เกิดจากความเข้มแข็งของคนในพื้นที่ขนานแท้! 
 
ว่าแต่ บ้านจำรุง อยู่ที่ไหน 
 
คำตอบคือไม่ไกลกรุงเทพฯ วิ่งรถมาตามถนนมอเตอร์เวย์ (หมายเลข 7) ถึงแยกถนนบ้านบึง-แกลง ก็เลี้ยวซ้ายมาเถอะ เข้าถนนสุขุมวิท ผ่านอำเภอแกลง เส้นที่จะไประยอง แต่พอถึงวัดคงคาวราราม เลยไปไม่ ไกลให้เลี้ยวซ้ายอีก คราวนี้วิ่งฉิว ชุมชนบ้านจำรุง อยู่ก่อนถึงวัดจำรุงไง
 
 
เสาธงและโรงเรียนกลางแจ้ง.
 
ตลาดบ้าน..บ้าน ที่สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้ชาวบ้านจำรุง.
 
 
มาถึงแล้วจะ เจออะไรบ้าง ยังคงเป็นคำถามยอดฮิตของคนที่คิดมาเยือน ก็จะบอกว่าที่นี่นอกจากมีสวนผลไม้อันเป็นอาชีพหลักของชาวบ้าน ที่ตอนนี้เปิดกว้างให้คนเข้ามาเที่ยวและเลือกสอยกินได้ตามอัธยาศัยแล้ว
 
บ้านจำรุง เป็นศูนย์รวมกลุ่มกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มธนาคารต้นไม้ กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน กลุ่มตีมีด กรีดยาง ธนาคารขยะ ฯลฯ สนใจกลุ่มไหนมาศึกษาหาความรู้ได้ หรือจะมานอนพักแบบโฮมสเตย์ (ที่เจ้าถิ่นขอเรียกว่า “ที่พักชุมชน”) เพื่อศึกษาวิถีชาวบ้าน ก็ไม่มีปัญหา เขาเพิ่งได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาหมาดๆ ที่ผนวกกิจกรรมท่องเที่ยวชมและชิมผลไม้จากสวนกันสดๆ อย่างที่ระบุไว้ข้างต้น
 
 
นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมความรู้ ประสบการณ์การจัดการเครือข่ายองค์กรชุมชน มีชุดความรู้ที่แน่นเพียงพอที่จะบอกว่าเป็น สถาบันเรียนรู้ความเข้มแข็งองค์กรชุมชน
 
 
ที่นี่คือ โลกแห่งการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด และเรียกขานกันจนติดปากว่า มหาวิทยาลัยบ้าน นอก “บ้านจำรุง” ที่มีผู้ใหญ่ ชาติชาย เหลืองเจริญ และวิทยากรอีกหลายท่าน มาช่วยทำหน้าที่ ถ่ายทอดความเป็นมาของพื้นที่ ซึ่งส่วนหนึ่งจากห้วงความคิดที่ระบุไว้ก็คือ เมื่อวันหนึ่งที่รัฐนำเอาการศึกษาไปปนกับคำว่าทุนนิยม อันทำให้องค์ความรู้เดินได้ด้วยเงินตรา จนการศึกษามี “ราคา” เป็นตัวกำหนดซะแล้ว ความรู้ดีๆ ที่ควรได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจึงอาจหยุดชะงัก การก่อเกิดของศูนย์เรียนรู้วิถีชุมชนแบบค่อยเป็นค่อยไปจึงเดินหน้า จนถึงวันนี้ที่ชาวชุมชนบ้านจำรุง
 
 
 
พาหนะนำชมพื้นที่…บ่งบอกสถานะชุมชน.
 
 ของใช้มากมี…ฝีมือคนในพื้นที่ทั้งน้ัน.
 
 
บอกได้เต็มปากว่าเป็น “ความภาคภูมิใจที่สุด” ก็คือพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จมาที่มหาวิทยาลัยบ้านนอกบ้านจำรุง ทอดพระเนตรกลุ่มกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเสวยส้มตำจำรุง เมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา คือวันที่ 11 ก.ค.ปีกลายนี้เอง
 
แล้วยังสุดปลื้มเมื่อที่นี่กลายเป็นสถานที่ศึกษาดูงานของนักศึกษาไทยและต่าง ประเทศ รวมแล้วก็กว่าห้าหมื่นคน ทั้งที่มาแล้วกลับในวันเดียว และมาเที่ยวพักผ่อนไปในตัว โดยที่พักของชุมชนบ้านจำรุง มีหลักคิดอยู่ว่า บ้านจำรุงโฮมสเตย์ ต้อนรับเสมือน ญาติสนิท ด้วยเสื่อผืน หมอนใบ มุ้งหนึ่งหลัง
 
ที่พัก คือบ้านของชาวบ้านที่ไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรให้หรูหรา เพื่อให้บุคคลภายนอกชุมชนเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตร่วมกัน ด้วยค่าที่พัก 150 บาทต่อคืน พร้อมอาหารเช้า เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตที่เรียบง่ายได้ไม่จำกัด ซึ่งนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีการทำเกษตรอินทรีย์ผักและผลไม้ปลอดสารพิษ ทำปุ๋ยหมักสกัดสารชีวภาพ ฯลฯ หรือจะเรียนรู้ทางวัฒนธรรมผ่านการแสดงพื้นบ้านก็ทำได้ เรียกว่าเยอะซะจนจาระไนให้หมดได้ยาก
 
 
บ้านพักชุมชน มีทั้งแบบเรียบง่ายติดดิน.
 
 
ไอเดียรีไซเคิลของใกล้ตัวแบบง่ายๆ.
 
แต่มาเยือนแล้วอย่าลืมซื้อของ ฝาก ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ และสินค้าชุมชนกลับติดมือไปด้วยเน้อ เพราะเท่ากับเป็นการช่วยเศรษฐกิจในชุมชน เกิดการหมุนเวียนของเงินตรา เออ แปลกแต่จริง เจ้าของพื้นที่บอกมา สินค้าที่ขายดีที่สุดของที่นี่คือ กะปิ น้ำปลา เรียกว่าทำมาไม่พอขาย สร้างรายได้เข้าหมู่บ้านปีละนับล้านบาท ซึ่งเท่าที่เห็น ใครมาก็ต้องซื้อของสองสิ่งนี้ติดมือกลับไปทุกราย
 
 
รวมแล้ว ชุมชนบ้านจำรุง มีวันนี้ได้ก็เพราะการร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เทน้ำใจใส่ทุกกิจกรรม มีการต่อยอดความรู้ที่จะทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนา ซึ่งที่นี่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
 
 
 
ร้านค้าที่ไม่เรียกร้องอะไรจากคนซื้อมากกว่าความพอเพียง.
 
 
...การจะพัฒนาอะไรก็แล้วแต่ ต้องเริ่มที่พัฒนาคนก่อน เมื่อคนพัฒนา ชุมชนก็จะพัฒนา แล้วประเทศก็จะพัฒนาไปด้วย….
 
 
ข้อมูล : ไทยรัฐออนไลน์
23 กรกฎาคม 2554
http://www.thairath.co.th/content/life/188291